รักต้องห้าม..แสนโรแมนติก พบจดหมายรักหลายร้อยฉบับสมัย WW II จากพลทหารอังกฤษถึงแฟนหนุ่มของเขา

July 13, 2018
798 Views

เรื่องราวจดหมายกว่า 600 ฉบับ จากทหารหนุ่มชาวอังกฤษถึงคนรักที่ประจำการห่างออกไปสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ความรักโรแมนติกที่ต้องปกปิดเพราะเป็นรักต้องห้ามในยุคนั้น ถูกเก็บงำไว้หลายสิบปีกระทั่งเจ้าของจดหมายเสียชีวิตจึงถูกเปิดเผย  

“มันคงวิเศษมากหากจดหมายของเราจะได้รับการเปิดเผยในยุคที่เปิดกว้างกว่านี้ในอนาคต และโลกจะได้รู้ว่าเรารักกันแค่ไหน” (“Wouldn’t it be wonderful if all our letters could be published in the future in a more enlightened time. Then all the world could see how in love we are.”) เป็นข้อความท่อนหนึ่งจากจดหมายที่ถูกส่งมาจากผู้ใช้อักษรย่อท้ายจดหมายว่า G. เขียนถึง Gilbert Bradley ผู้เป็นที่รัก ในช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 กลายเป็นข้อความที่หวานซึ้งกินใจและชวนสะเทือนใจไปพร้อมกัน เมื่อได้พบว่าคุณ G. ผู้เขียนข้อความถึงพลทหารหนุ่มผู้เป็นที่รักนี้ก็เป็นบุรุษเพศเช่นเดียวกัน นั่นคือความในใจแสนน่าอึดอัดที่ทั้งคู่ต้องเก็บเป็นความลับไว้ ความรักของผู้ชาย 2 คนที่ยังเป็นเรื่องผิดกฎหมายอยู่ในสมัยนั้น

จดหมายกว่า 600 ฉบับ ที่ Gilbert Bradley อดีตพลทหารราบหน่วยป้องกันการโจมตีทางอากาศของอังกฤษ ประจำการที่ค่ายพาร์คฮอลล์ ในเมืองออสเวสทรี เคาน์ตีชาร์ปเชอร์ ได้เก็บไว้ตลอดระยะกว่า 70 ปีหลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้รับการเปิดเผยขึ้นหลังจากที่เขาเสียชีวิตลงในปี 2008 บริษัทที่ดูแลอสังหาริมทรัพย์ได้นำมันขายให้กับดีลเลอร์ที่เชี่ยวชาญด้านจดหมายการทหาร ซึ่งต่อมาได้นำมันมาขายต่อใน eBay และเป็นคุณ Mark Hignett ภัณฑารักษ์แห่ง Oswestry Town Museum พิพิธภัณฑ์เล็กๆ ประจำเมืองซื้อต่อมา

Mark เผยว่าทีแรกเขาเพียงอยากได้หลักฐานจากยุคสงครามโลกที่เกี่ยวข้องกับท้องที่มาแสดงในพิพิธภัณฑ์เท่านั้น แต่หลังจากได้ลองอ่านเนื้อความในจดหมาย ก็พบว่ามันมีอะไรลึกซึ้งยิ่งกว่าเพียงเรื่องสงคราม มันคือเรื่องราวความรักระยะไกลของของพลทหารรบ “Gilbert Bradley” ผู้เป็นเจ้าของจดหมายเหล่านี้ โดยผู้ที่เขียนมาก็ลงท้ายชื่อไว้สั้นๆ เพียงอักษรย่อ G. คราวแรกคิดว่าคงจะเป็นชื่อย่อของสาวผู้เป็นคนรัก แต่เมื่อได้อ่านจดหมายหลายฉบับเข้า โดยใช้เวลาถึงปีครึ่งกว่าจะตามซื้อและรวบรวมจดหมายเหล่านี้ไว้ได้ทั้งหมด เขาก็ได้พบว่า G. นั้นย่อมาจาก “Gordon Bowsher” ต่างหาก เป็นชื่อของทหารอังกฤษอีกนายหนึ่งที่ประจำการอยู่ต่างถิ่นออกไป แน่นอนว่านั่นเป็นชื่อของผู้ชาย และสิ่งที่เขาครอบครองอยู่นี้คือจดหมายรักอันเป็นหลักฐานความรักต้องห้ามระหว่างชาย-ชาย ที่เกิดขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

ในสมัยนั้นไม่เพียงความรักระหว่างชาย-ชาย จะเป็นสิ่งขัดต่อกฎหมายอังกฤษเท่านั้น มันยังถือเป็นความผิดร้ายแรงในกองทัพถึงขั้นอาจถูกยิงทิ้งด้วย หลังสงครามโลกครั้งที่สองจบลงแล้ว ในปี 1967 อังกฤษจึงมีการแก้ไขกฎหมายให้ผู้ที่อายุ 21 ปีขึ้นไปสามารถมีความรักในรูปแบบเพศเดียวกันได้ ขณะที่กองทัพอังกฤษเพิ่งปลดแบนเรื่องห้ามผู้มีพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศเป็นทหารไปเมื่อปี 2000 เท่านั้น

ความสัมพันธ์ระหว่างพลทหารกิลเบิร์ตและกอร์ดอน จึงถือได้ว่าผิดเต็มประตูในทุกๆ บริบทของยุคสมัยนั้น แต่ความรักก็ย่อมหาหนทางที่จะเบ่งบานและเติบโตได้เสมอไม่ว่าในสถานการณ์ใด อย่างน้อยจดหมายกว่า 600 ฉบับที่สื่อใจถึงใจนี้ก็เป็นหลักฐานได้ดี

“12 กุมภาพันธ์ 1940 ที่อยู่ ปาร์ค กรันจ์

หนุ่มน้อยที่รักของผม,

ชีวิตผมนี้ไม่ปรารถนาสิ่งอื่นใดมากไปกว่าได้มีคุณอยู่ข้างกาย
ผมรู้หรือไม่ผมก็คิดว่าผมรู้ ว่าปฏิกิริยาของพ่อกับแม่คุณจะเป็นอย่างไร คนบนโลกใบนี้ไม่เข้าใจในความรักของเรา พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสิ่งนี้ก็เป็นความรัก”

 

ความรักที่งดงามไม่ได้จบลงด้วยความสมหวัง
ทว่าความรักของทั้งคู่ไม่ได้ลงเอยด้วยความสมหวัง ในช่วงหนึ่งของสงครามกิลเบิร์ตถูกส่งไปปฏิบัติการประจำฐานที่มั่นในสกอตแลนด์ ที่นั่นเขาได้มีความรักกับบุรุษอื่นอีก 2 ราย และกิลเบิร์ตสารภาพเรื่องนี้ต่อกอร์ดอนโดยไม่เก็บงำ แต่อะไรก็คงไม่น่าแปลกใจเท่าการตอบกลับของ G. ที่เขียนตอบว่า “ผมเข้าใจว่าเหตุใดเขาถึงตกหลุมรักคุณ เหมือนอย่างที่ผมเองก็เป็นอยู่นี้ “

อย่างไรก็ดีในจดหมายฉบับหนึ่งกอร์ดอนได้เขียนไว้ว่าเขาขอร้องให้อีกฝ่ายทำลายจดหมายเหล่านี้ เพราะหากถูกพบเข้ามันจะเป็นหลักฐานที่มัดตัวเขาทั้งสองแน่นในความผิดฐานรักร่วมเพศ แม้สุดท้ายกิลเบิร์ตก็ยังดื้อดึงแอบเก็บจดหมายรักที่มีความหมายมากในช่วงชีวิตหนึ่งของของตนเอาไว้จนวันสุดท้ายของชีวิต

กิลเบิร์ตและกอร์ดอนยังติดต่อกันเรื่อยมาตลอดช่วงสงครามจนจดหมายยุติลงในปี 1945  กอร์ดอนย้ายไปตั้งรกรากที่แคลิฟอร์เนียและเป็นเจ้าของฟาร์มม้า ส่วนกิลเบิร์ตย้ายไปอาศัยที่เมืองไบรตัน จนกระทั่งเสียชีวิตลงเมื่อปี 2008 ในวัย 92 ปี ส่วนกอร์ดอนเสียชีวิตลงราวๆ 15 ปีก่อนหน้านั้น

 

จากเรื่องราวจดหมายรักต้องห้ามชาย-ชาย สมัย WW II สู่ภาพยนตร์
เรื่องราวจดหมายรักนับร้อยฉบับกับความรักต้องห้ามของพลทหารกิลเบิร์ตและกอร์ดอน ถูกเปิดเผยในวงกว้างเป็นครั้งแรกเมื่อต้นปี 2017 และล่าสุดในเดือนเมษายน 2018 ผู้กำกับชาวอเมริกัน Andrew Vallentine ได้บินไปเจรจราขอนำเรื่องราวนี้มาสร้างเป็นภาพยนตร์แล้ว

“ผมอยากให้โลกได้รับรู้ความรักของพวกเขา 2 คน” Andrew กล่าว นอกจากนี้ยังระบุว่ารู้สึกประทับใจเรื่องราวความรักของทหารหนุ่มทั้งคู่ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ยิน มันเป็นเรื่องที่ควรจะถูกบอกต่อออกไป และนี่เป็นเหตุการณ์สำคัญจุดหนึ่งในหน้าประศาสตร์ของพวกเรา

อย่างไรก็ดีโปรเจคท์หนังนี้เพิ่งจะอยู่ในช่วงเริ่มต้นและเพิ่งเริ่มขั้นตอนค้นคว้าข้อมูลเท่านั้น อีกทั้งยังต้องรอผู้สนใจลงทุนสร้าง กว่าจะได้เห็นมันรูปแบบภาพยนตร์จริงๆ คงใช้เวลาอีกพักใหญ่เลยทีเดียว

อ้างอิง: BBC, Shropshire Star 1, Shropshire Star 2, bordercountiesadvertizer
ภาพ: Shropshire Star 1Oswestry Town Museum

 

 

 

 

 

 

Tell us what you think!

You may be interested

ความคิ้วท์ยังไม่หมด Baskin Robbins ในถ้วยไอศกรีมบล็อกตัวต่อ Sesame  Street
FOOD
shares20 views
FOOD
shares20 views

ความคิ้วท์ยังไม่หมด Baskin Robbins ในถ้วยไอศกรีมบล็อกตัวต่อ Sesame Street

Sapparot - Oct 22, 2018

Baskin Robbins เกาหลี กับความคิ้วท์ของไอเทมในแพ็กเกจ Sesame Street แสนน่ารักมากมาย ทั้งถ้วยไอศกรีมบล็อกตัวต่อรูปเจ้า Elmo และ Cookies Monster เซ็ตเครื่องดื่มและคุกกี้ที่มากับปลอกแก้วกันร้อนพร้อมช่องใส่คุกกี้ลายเจ้ามอนสเตอร์สีฟ้า และไอศกรีมเค้กลายพิเศษ คิ้วท์มากเว่อร์

Fairy Bomb Shimmer Powders ไอเทมใหม่ให้ผิวสวยวิ้งจาก Fenty Beauty
BEAUTY
shares16 views
BEAUTY
shares16 views

Fairy Bomb Shimmer Powders ไอเทมใหม่ให้ผิวสวยวิ้งจาก Fenty Beauty

Sapparot - Oct 22, 2018

Fairy Bomb Shimmer Powders แป้งลูสพาวเดอร์ประกายชิมเมอร์ ปัดผิวทั่วร่างวิ้งเปล่งประกายน่าสัมผัส ไอเทมใหม่น่าตำจาก Fenty Beauty

เซนส์พิเศษของเจ้าหมาหูหนวก-ตาบอด ดีใจรู้ว่านายกลับบ้านตั้งแต่ตัวยังมาไม่ถึงประตู!
ANIMALS
shares24 views
ANIMALS
shares24 views

เซนส์พิเศษของเจ้าหมาหูหนวก-ตาบอด ดีใจรู้ว่านายกลับบ้านตั้งแต่ตัวยังมาไม่ถึงประตู!

Sapparot - Oct 22, 2018

ไม่อะไรเป็นอุปสรรคความรักของน้องหมากับเจ้าของได้สักนิด มาดูเจ้า "โอปอล์" (Opal) ลูกหมาวัย 8 เดือนที่ทั้งหูหนวกและตาบอด แต่ออกอาการตื่นเต้นกระวนกระวายทุกครั้งที่รับรู้ว่าเจ้านายกำลังกลับมาที่บ้าน ทั้ง ๆ ที่ยังมาไม่ถึงประตูรั้ว รักนายมาก ๆ และเซนส์เจ้าดีมาก!