รักต้องห้าม..แสนโรแมนติก พบจดหมายรักหลายร้อยฉบับสมัย WW II จากพลทหารอังกฤษถึงแฟนหนุ่มของเขา

July 13, 2018
656 Views

เรื่องราวจดหมายกว่า 600 ฉบับ จากทหารหนุ่มชาวอังกฤษถึงคนรักที่ประจำการห่างออกไปสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ความรักโรแมนติกที่ต้องปกปิดเพราะเป็นรักต้องห้ามในยุคนั้น ถูกเก็บงำไว้หลายสิบปีกระทั่งเจ้าของจดหมายเสียชีวิตจึงถูกเปิดเผย  

“มันคงวิเศษมากหากจดหมายของเราจะได้รับการเปิดเผยในยุคที่เปิดกว้างกว่านี้ในอนาคต และโลกจะได้รู้ว่าเรารักกันแค่ไหน” (“Wouldn’t it be wonderful if all our letters could be published in the future in a more enlightened time. Then all the world could see how in love we are.”) เป็นข้อความท่อนหนึ่งจากจดหมายที่ถูกส่งมาจากผู้ใช้อักษรย่อท้ายจดหมายว่า G. เขียนถึง Gilbert Bradley ผู้เป็นที่รัก ในช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 กลายเป็นข้อความที่หวานซึ้งกินใจและชวนสะเทือนใจไปพร้อมกัน เมื่อได้พบว่าคุณ G. ผู้เขียนข้อความถึงพลทหารหนุ่มผู้เป็นที่รักนี้ก็เป็นบุรุษเพศเช่นเดียวกัน นั่นคือความในใจแสนน่าอึดอัดที่ทั้งคู่ต้องเก็บเป็นความลับไว้ ความรักของผู้ชาย 2 คนที่ยังเป็นเรื่องผิดกฎหมายอยู่ในสมัยนั้น

จดหมายกว่า 600 ฉบับ ที่ Gilbert Bradley อดีตพลทหารราบหน่วยป้องกันการโจมตีทางอากาศของอังกฤษ ประจำการที่ค่ายพาร์คฮอลล์ ในเมืองออสเวสทรี เคาน์ตีชาร์ปเชอร์ ได้เก็บไว้ตลอดระยะกว่า 70 ปีหลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้รับการเปิดเผยขึ้นหลังจากที่เขาเสียชีวิตลงในปี 2008 บริษัทที่ดูแลอสังหาริมทรัพย์ได้นำมันขายให้กับดีลเลอร์ที่เชี่ยวชาญด้านจดหมายการทหาร ซึ่งต่อมาได้นำมันมาขายต่อใน eBay และเป็นคุณ Mark Hignett ภัณฑารักษ์แห่ง Oswestry Town Museum พิพิธภัณฑ์เล็กๆ ประจำเมืองซื้อต่อมา

Mark เผยว่าทีแรกเขาเพียงอยากได้หลักฐานจากยุคสงครามโลกที่เกี่ยวข้องกับท้องที่มาแสดงในพิพิธภัณฑ์เท่านั้น แต่หลังจากได้ลองอ่านเนื้อความในจดหมาย ก็พบว่ามันมีอะไรลึกซึ้งยิ่งกว่าเพียงเรื่องสงคราม มันคือเรื่องราวความรักระยะไกลของของพลทหารรบ “Gilbert Bradley” ผู้เป็นเจ้าของจดหมายเหล่านี้ โดยผู้ที่เขียนมาก็ลงท้ายชื่อไว้สั้นๆ เพียงอักษรย่อ G. คราวแรกคิดว่าคงจะเป็นชื่อย่อของสาวผู้เป็นคนรัก แต่เมื่อได้อ่านจดหมายหลายฉบับเข้า โดยใช้เวลาถึงปีครึ่งกว่าจะตามซื้อและรวบรวมจดหมายเหล่านี้ไว้ได้ทั้งหมด เขาก็ได้พบว่า G. นั้นย่อมาจาก “Gordon Bowsher” ต่างหาก เป็นชื่อของทหารอังกฤษอีกนายหนึ่งที่ประจำการอยู่ต่างถิ่นออกไป แน่นอนว่านั่นเป็นชื่อของผู้ชาย และสิ่งที่เขาครอบครองอยู่นี้คือจดหมายรักอันเป็นหลักฐานความรักต้องห้ามระหว่างชาย-ชาย ที่เกิดขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

ในสมัยนั้นไม่เพียงความรักระหว่างชาย-ชาย จะเป็นสิ่งขัดต่อกฎหมายอังกฤษเท่านั้น มันยังถือเป็นความผิดร้ายแรงในกองทัพถึงขั้นอาจถูกยิงทิ้งด้วย หลังสงครามโลกครั้งที่สองจบลงแล้ว ในปี 1967 อังกฤษจึงมีการแก้ไขกฎหมายให้ผู้ที่อายุ 21 ปีขึ้นไปสามารถมีความรักในรูปแบบเพศเดียวกันได้ ขณะที่กองทัพอังกฤษเพิ่งปลดแบนเรื่องห้ามผู้มีพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศเป็นทหารไปเมื่อปี 2000 เท่านั้น

ความสัมพันธ์ระหว่างพลทหารกิลเบิร์ตและกอร์ดอน จึงถือได้ว่าผิดเต็มประตูในทุกๆ บริบทของยุคสมัยนั้น แต่ความรักก็ย่อมหาหนทางที่จะเบ่งบานและเติบโตได้เสมอไม่ว่าในสถานการณ์ใด อย่างน้อยจดหมายกว่า 600 ฉบับที่สื่อใจถึงใจนี้ก็เป็นหลักฐานได้ดี

“12 กุมภาพันธ์ 1940 ที่อยู่ ปาร์ค กรันจ์

หนุ่มน้อยที่รักของผม,

ชีวิตผมนี้ไม่ปรารถนาสิ่งอื่นใดมากไปกว่าได้มีคุณอยู่ข้างกาย
ผมรู้หรือไม่ผมก็คิดว่าผมรู้ ว่าปฏิกิริยาของพ่อกับแม่คุณจะเป็นอย่างไร คนบนโลกใบนี้ไม่เข้าใจในความรักของเรา พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสิ่งนี้ก็เป็นความรัก”

 

ความรักที่งดงามไม่ได้จบลงด้วยความสมหวัง
ทว่าความรักของทั้งคู่ไม่ได้ลงเอยด้วยความสมหวัง ในช่วงหนึ่งของสงครามกิลเบิร์ตถูกส่งไปปฏิบัติการประจำฐานที่มั่นในสกอตแลนด์ ที่นั่นเขาได้มีความรักกับบุรุษอื่นอีก 2 ราย และกิลเบิร์ตสารภาพเรื่องนี้ต่อกอร์ดอนโดยไม่เก็บงำ แต่อะไรก็คงไม่น่าแปลกใจเท่าการตอบกลับของ G. ที่เขียนตอบว่า “ผมเข้าใจว่าเหตุใดเขาถึงตกหลุมรักคุณ เหมือนอย่างที่ผมเองก็เป็นอยู่นี้ “

อย่างไรก็ดีในจดหมายฉบับหนึ่งกอร์ดอนได้เขียนไว้ว่าเขาขอร้องให้อีกฝ่ายทำลายจดหมายเหล่านี้ เพราะหากถูกพบเข้ามันจะเป็นหลักฐานที่มัดตัวเขาทั้งสองแน่นในความผิดฐานรักร่วมเพศ แม้สุดท้ายกิลเบิร์ตก็ยังดื้อดึงแอบเก็บจดหมายรักที่มีความหมายมากในช่วงชีวิตหนึ่งของของตนเอาไว้จนวันสุดท้ายของชีวิต

กิลเบิร์ตและกอร์ดอนยังติดต่อกันเรื่อยมาตลอดช่วงสงครามจนจดหมายยุติลงในปี 1945  กอร์ดอนย้ายไปตั้งรกรากที่แคลิฟอร์เนียและเป็นเจ้าของฟาร์มม้า ส่วนกิลเบิร์ตย้ายไปอาศัยที่เมืองไบรตัน จนกระทั่งเสียชีวิตลงเมื่อปี 2008 ในวัย 92 ปี ส่วนกอร์ดอนเสียชีวิตลงราวๆ 15 ปีก่อนหน้านั้น

 

จากเรื่องราวจดหมายรักต้องห้ามชาย-ชาย สมัย WW II สู่ภาพยนตร์
เรื่องราวจดหมายรักนับร้อยฉบับกับความรักต้องห้ามของพลทหารกิลเบิร์ตและกอร์ดอน ถูกเปิดเผยในวงกว้างเป็นครั้งแรกเมื่อต้นปี 2017 และล่าสุดในเดือนเมษายน 2018 ผู้กำกับชาวอเมริกัน Andrew Vallentine ได้บินไปเจรจราขอนำเรื่องราวนี้มาสร้างเป็นภาพยนตร์แล้ว

“ผมอยากให้โลกได้รับรู้ความรักของพวกเขา 2 คน” Andrew กล่าว นอกจากนี้ยังระบุว่ารู้สึกประทับใจเรื่องราวความรักของทหารหนุ่มทั้งคู่ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ยิน มันเป็นเรื่องที่ควรจะถูกบอกต่อออกไป และนี่เป็นเหตุการณ์สำคัญจุดหนึ่งในหน้าประศาสตร์ของพวกเรา

อย่างไรก็ดีโปรเจคท์หนังนี้เพิ่งจะอยู่ในช่วงเริ่มต้นและเพิ่งเริ่มขั้นตอนค้นคว้าข้อมูลเท่านั้น อีกทั้งยังต้องรอผู้สนใจลงทุนสร้าง กว่าจะได้เห็นมันรูปแบบภาพยนตร์จริงๆ คงใช้เวลาอีกพักใหญ่เลยทีเดียว

อ้างอิง: BBC, Shropshire Star 1, Shropshire Star 2, bordercountiesadvertizer
ภาพ: Shropshire Star 1Oswestry Town Museum

 

 

 

 

 

 

Tell us what you think!

You may be interested

กำเงินไว้แล้วไปเจอกัน! Events & Flea Markets น่าเดินสุดสัปดาห์ 17-19 สิงหาคม
EVENTS
shares15 views
EVENTS
shares15 views

กำเงินไว้แล้วไปเจอกัน! Events & Flea Markets น่าเดินสุดสัปดาห์ 17-19 สิงหาคม

Sapparot - Aug 16, 2018

สุดสัปดาห์นี้มีงานไหนน่าไปเดินดู ไปจับจ่ายใช้สอย ปรนเปรอตัวเองบ้างน้า มาดูกัน

มาดูกัน! งานแฟนอาร์ตสุดเจ๋งเมื่อตัวการ์ตูน Pokémon มาอยู่ในโลกความจริง
AROUND THE WORLD
shares32 views
AROUND THE WORLD
shares32 views

มาดูกัน! งานแฟนอาร์ตสุดเจ๋งเมื่อตัวการ์ตูน Pokémon มาอยู่ในโลกความจริง

Sapparot - Aug 16, 2018

Joshua Dunlop ศิลปิน Illustrator และ Concept Artist ในลอนดอน ผู้ชื่นชอบตัวการ์ตูน Pokémon ปิ๊งไอเดียสร้างสรรค์ผลงานในรูปแบบ 3D เสมือนพวกมันมีชีวิตจริง

เด็กแสบน้ำใจงาม ยัยหนูใช้บัญชีแม่สั่งซื้อของเล่นหมดเป็นหมื่น…ก่อนบริจาคให้ รพ. ทั้งหมด
AROUND THE WORLD
shares25 views
AROUND THE WORLD
shares25 views

เด็กแสบน้ำใจงาม ยัยหนูใช้บัญชีแม่สั่งซื้อของเล่นหมดเป็นหมื่น…ก่อนบริจาคให้ รพ. ทั้งหมด

Sapparot - Aug 16, 2018

สาวน้อยวัย 6 ขวบทำคุณแม่ช็อกหนักแต่ก็โกรธไม่ลง เพราะความซุกซนแบบประสงค์ดี หลังแอบใช้แอคเคาท์แม่สั่งของเล่นออนไลน์ราคารวมเป็นหมื่น มาโป๊ะแตกตอนของเล่นกองพะเนินจัดส่งมาถึงบ้าน แต่สุดท้ายเหตุการณ์ทั้งหลายคลี่คลายด้วยดี