เรื่องน่ารู้คู่ครัวที่คนทำขนมควรอ่าน ประวัติของ “ช็อกโกแลตชิพ” ฉบับอ่านรวดเดียวจบ

July 13, 2018
556 Views
เรื่องน่ารู้คู่ครัวที่คนทำขนมควรอ่าน ประวัติของ "ช็อกโกแลตชิพ" ฉบับอ่านรวดเดียวจบ
ภาพ: Thad Zajdowicz/flickr

“ช็อกโกแลตชิพ” (Chocolate chips) ส่วนประกอบสำคัญที่จะขาดไปไม่ได้ในการทำคุกกี้ช็อกโกแลตชิพ ขนมอบแสนอร่อยซึ่งเป็นที่โปรดปรานของคนทั่วโลก แต่ไม่ว่าจะคนกินหรือคนทำขนมจะนึกสงสัยบ้างไหมนะว่า “ช็อกโกแลตชิพ” นี่มันมีที่มาอย่างไรกันแน่ เอาล่ะ งั้นลองมาอ่านประวัติศาสตร์แห่งของช็อกโกแลตชิพกัน

กำเนิดคุกกี้ช็อกโกแลตชิพ (ฉบับเขาเล่ามาว่า…)
คนทำขนมน่าจะพอคุ้นหูกับชื่อสูตร “Toll house Cookies” กันมาบ้าง มันคือสูตรคุกกี้ช็อกโกแลตชิพที่ถูกพิมพ์ไว้บนแพ็กเกจ Semi-Sweet Chocolate Bar ของ Nestle และคุกกี้สูตรนี้ล่ะคือช็อกโกแลตชิพคุกกี้ฉบับออริจินัล

คุกกี้ช็อกโกแลตชิพ ภาพ: @nestlecafe

ที่มาของคำว่า โทลเฮาส์ ก็คือ Toll House Inn โรงแรมเล็กๆ ที่เปรียบเสมือนจุดพักรถระหว่างเมืองบอสตันและเบดฟอร์ด ในรัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐฯ โดยมีเจ้าของคือนาย Kenneth และ นาง Ruth Graves Wakefield โดยคุณนายเวคฟิลด์คนนี้มีฝีมืออย่างมากด้านการทำอาหาร เธอปรุุงอาหารและขนมเสิร์ฟแก่แขกของโรงแรม และความเอร็ดอร่อยก็ขึ้นชื่อลือชาจนเป็นที่ดึงดูดผู้คนมากมายทั้งเหล่านักเดินทางและคนทั่วไปให้แวะเวียนมาชิมอาหารและขนมฝีมือเธอ

หนึ่งในขนมหวานที่เธอทำเสิร์ฟก็คือคุกกี้แซนวิช ที่มีคุกกี้ Butter Drop Do Cookies ประกบกับไอศรีมตรงกลาง แต่แล้วในวันหนึ่งในปี 1938 ขณะที่กำลังผสมคุกกี้อยู่ คุณนายเวคฟิลด์ก็พบว่าเบกกิ้งช็อกโกแลตแบบแท่งยี่ห้อ Baker’s ที่เธอใช้เป็นประจำนั้นหมดพอดี ก็เลยเอา Semi-Sweet Chocolate Bar ของ Nestle ที่ีอยู่มาสับเป็นชิ้นแล้วใส่แทน (บ้างก็ว่าถั่วหมดเลยเอาช็อกโกแลตมาใส่แทน)

แทนที่ช็อกโกแลตสับเหล่านั้นละละลายเป็นเนื้อเดียวไปกับตัวคุกกี้อย่างที่เคย Semi-Sweet Chocolate Bar ของ Nestle กลับยังคงรูปเอาไว้ไม่ละลายไปหมด คุกกี้ที่มีบัตเตอร์โดเป็นเบสผสมด้วยช็อกโกแลตเซ็ตนี้จึงให้รสสัมผัสและเท็กซ์เจอร์แปลกใหม่ และนี่คือต้นกำเนิดของ “คุกกี้ช็อกโกแลตชิพ” ที่โลกรู้จักมาจนถึงบัดนี้นั่นเอง

แพ็กเกจดั้งเดิมของ Nestle Semi-Sweet Chocolate Bar   ภาพ: facts-about-chocolate.com

กำเนิดคุกกี้ช็อกโกแลตชิพ (ฉบับคุณนายเวคฟิลด์)
อาจเป็นเรื่องปกติมาตั้งแต่สมัยหลายสิบปีก่อนแล้วที่หากแต่งเติมเสริมเรื่องราวต้นกำเนิดของอะไรสักอย่างว่าให้ถูกค้นพบมาด้วยความบังเอิญ จะทำให้มันดูขลังดีมีสตอรี่น่าจดจำมากขึ้น เรื่องของคุกกี้ช็อกโกแลตชิพของคุณนายเวคฟิลด์เองก็เช่นกัน

ที่จริงแล้วการคิดค้นสูตรคุกกี้ใส่ช็อกโกแลตสับของคุณนายเวคฟิลด์ไม่ใช่ความบังเอิญ ไม่ใช่เรื่องช็อกโกแลตเบกกิ้งบาร์เผอิญหมดหรือถั่วหมดเลยใส่ช็อกโกแลตสับไปแทน มันเกิดจากกความตั้งใจคิดค้นทดลองสูตรของเธอต่างหาก

คุณนายรูธ เวคฟิลด์ ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องคุกกี้ช็อกโกแลตชิพอันโด่งดังของเธอกับหนังสือพิมพ์ Boston Herald-American เมื่อปี 1974 ว่า “โรงแรมของเราเสิร์ฟคุกกี้บัตเตอร์สก็อตแผ่นบางๆ ประกบไอศกรีมกันมานานแล้ว ฉันอยากให้คนทานได้กินอะไรที่แปลกใหม่บ้าง ก็เลยลองทดลองสูตรจนได้คุกกี้ Toll House cookie ขึ้นมา”

คุณนายเวคฟิลด์เขียนหนังสือทำอาหารของตัวเองชื่อ Toll House Tried and True Recipes ซึ่งพิมพ์ครั้งแรกในปี 1930 จนเมื่อมีการตีพิมพ์ซ้ำในปี 1938 เธอก็ได้เพิ่มคุกกี้ช็อกโกแลตชิพที่เพิ่งคิดสูตรได้ใหม่นี้ลงไปด้วย และตั้งชื่อว่ามันว่า “Toll House Chocolate Crunch Cookie” (ปัจจุบันหนังสือทำอาหารเล่มนี้ยังคงมีวางขาย และได้รับการตีพิมพ์มาทั้งหมด 39 ครั้งแล้ว และใช่แล้ว! คุกกี้ช็อกโกแลตชิพฉบับออริจินัลของคุณนายเวคฟิลด์เป็นคุกกี้แบบกรอบ อย่างที่ชื่อบอกว่าเป็น crunch cookie นี่ล่ะ)

Ruth Graves Wakefield ภาพ: wikipedia.org

หนังสือสอนทำอาหารของคุณนายเวคฟิลด์ ภาพ: hollybaking.com


จาก Toll House Chocolate Crunch Cookie สู่ Toll House Cookie

หลังคุกกี้ Toll House Chocolate Crunch Cookie แสนอร่อยได้ถือกำเนิดขึ้น มันก็เป็นที่นิยมและโด่งดังอย่างมาก ถึงขนาดได้ออกรายการสอนทำอาหารทางวิทยุ Betty Crocker ในปี 1939 (เป็นรายการสอนทำอาหารทางวิทยุรายการแรกที่โลกมี และนี่ก็คือ Betty Crocker เดียวกับยี่ห้อแป้งเค้กและคุกกี้ผสมสำเร็จที่มีวางขายในซูเปอร์มาร์เก็ตนั่นเอง) เป็นคุกกี้สูตรที่ถูกทำและแพ็กใส่ถุงเสบียงส่งไปให้เหล่าทหารอเมริกันที่ออกรบช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 (1939-1945) จนมีเหล่าทหารหลายนายเขียนจดหมายกลับหาญาติบอกให้ส่งคุกกี้นี้มาให้อีกเยอะๆ และบรรดาญาติๆ ของทหารจากหลายรัฐทั่วสหรัฐฯ ก็แห่ส่งจดหมายมาขอสูตรขนมจากคุณนายเวคฟิลด์ จนเกิดเป็นกระแสคุกกี้ช็อกโกแลตชิพ Toll House Chocolate Crunch Cookie ฟีเวอร์ขึ้นมาเลยทีเดียว

ด้วยความโด่งดังนี้เองในปี 1940 Nestle ก็ได้ติดต่อขอซื้อสูตรคุกกี้ซึ่งมีผลิตภัณฑ์ช็อกโกแลตจากบริษัทตนเป็นส่วนประกอบสำคัญจากคุณนายเวคฟิลด์ และดีลแสนอร่อยก็เกิดขึ้น โดยทาง Nestle ได้สูตรเด็ดนี้ไปพิมพ์เผยแพร่บนแพ็กเกจของ Semi-Sweet Chocolate Bar อันนับเป็นการตลาดที่ดีสำหรับโฆษณาและเพิ่มยอดขายช็อกโกแลตของตัวเอง พร้อมได้เปลี่ยนชื่อ “Toll House Chocolate Crunch Cookie” ให้สั้นลงเป็น “Toll House Cookie”  ส่วนคุณนายรูธ เวคฟิลด์ ก็ได้ช็อกโกแลตฟรีจาก Nestle ใช้ไปตลอดชีวิต

รายการสอนทำอาหารทางวิทยุ Betty Crocker  ภาพ: bettycrocker.com

จาก “ช็อกโกแลตบาร์” สู่ “ช็อกโกแลตชิพ”
คำว่า Chocolate chips ถูกใช้ครั้งแรกในประเทศอังกฤษ ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 (ศตวรรษ 19 = ปี 1801-1900) โดยหมายถึงขนมบิสกิตแบบอังกฤษที่มีช็อกโกแลตผสม เป็นขนมสำหรับอัฟเตอร์นูนทีของชาวอังกฤษ ยังไม่ใช่คุกกี้แบบชาวอเมริกันคุ้นเคย และจะเห็นได้ว่าในสูตรดั้งเดิมนั้นช็อกโกแลตที่ใส่ก็ยังไม่ใช่ช็อกโกแลตชิพแต่เป็นช็อกโกแลตบาร์ที่นำมาสับเป็นชิ้นเล็กๆ เอง และในยุคนั้นก็ยังไม่มีแบรนด์ช็อกโกแลตเจ้าไหนทำช็อกโกแลตแบบชิ้นเล็กๆ สำหรับผสมในคุกกี้โดด้วย

กระทั่งสูตรคุกกี้ของคุณนายเวคฟิลด์สร้างกระแสโด่งดังไปทั่ว จนราวปี 1940 การเรียกช็อกโกแลตชิ้นเล็กๆ ที่ใส่ในคุกกี้ชนิดนี้ว่า “ชิพ” (chips) ก็เป็นที่นิยมโดยทั่วไปในอเมริกา และในปีเดียวกันนี้เอง Nestle ก็ทำช็อกโกแลตแบบชิ้นเล็กสำหรับใส่คุกกี้ออกวางขาย และถึงแม้จะเรียกผลิตภัณฑ์ของตนเองว่า Semi-Sweet Morsels (เป็นเจ้าเดียวที่ใช้คำ Morsel) แต่สำหรับคนทั่วไปก็คุ้นเคยและก็นิยมใช้คำว่า Semi-Sweet Chocolate Chips กันมากกว่า คุกกี้ที่มีลักษณะแบบนี้จึงเป็นที่รู้จักในชื่อของ Chocolate Chip Cookies นั่นเอง

สูตร Toll House Cookies ภาพ: cookingforengineers.com

Toll House Semi-Sweet Morsels ภาพ: ugrocery.com

 

อ้างอิง: mentalflosswikipedia_Toll House Innwikipedia_Ruth Graves Wakefieldbettycrockerfacts-about-chocolate

 

Tell us what you think!

You may be interested

7 ไอเทมที่ชาวออฟฟิศควรมีไว้ใช้เพื่อการอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข
INTERESTS
shares23 views
INTERESTS
shares23 views

7 ไอเทมที่ชาวออฟฟิศควรมีไว้ใช้เพื่อการอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข

Sapparot - Aug 15, 2018

Sapparot ขอแนะนำ 7 ไอเทมที่ชาวออฟฟิศควรมีไว้ใช้ เพื่อการอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข เพื่อนจะได้ไม่แอบเขม่นเราและเราจะไม่ต้องต้องรู้สึกไม่สบายใจกับเพื่อนด้วยนะ

เจ้าเหมียวออกเที่ยวนอกบ้าน กลับมาอีกทีมีโอพอสซั่มจิ๋วเกาะหลังกลับมาให้นายเลี้ยงเฉยเลย
ANIMALS
shares23 views
ANIMALS
shares23 views

เจ้าเหมียวออกเที่ยวนอกบ้าน กลับมาอีกทีมีโอพอสซั่มจิ๋วเกาะหลังกลับมาให้นายเลี้ยงเฉยเลย

Sapparot - Aug 15, 2018

เจ้าของเซอร์ไพรส์ เจ้าเหมียวน้อยที่เลี้ยงไว้ไปเตร่นอกบ้านแบบตัวเปล่าแต่ขากลับมีลูกโอพอสซั่มตัวจิ๋วเกาะหนึบมาบนหลังด้วย ไม่รู้ไปเจอกันได้ยังไง แต่ตอนนี้ได้มาเป็นครอบครัวเดียวกันแล้วนะ

“Instaception” เทรนด์จี๊ดสุดเจ๋ง ยกสกรีนช็อตอินสตาแกรมมาไว้บนหน้าด้วยการเมคอัพ
MAKEUP
shares37 views
MAKEUP
shares37 views

“Instaception” เทรนด์จี๊ดสุดเจ๋ง ยกสกรีนช็อตอินสตาแกรมมาไว้บนหน้าด้วยการเมคอัพ

Sapparot - Aug 14, 2018

"Instaception" อินสตาเซปชั่น เทรนด์เมคอัพวัดฝีมือความเนี้ยบที่กำลังมาแร้งแรงในอินสตาแกรม แต่งเอาเอาสกรีนช็อตอินสตาแกรมมาไว้บนหน้า เนียนเสียเกือบนึกว่าใช้โฟโต้ช็อป