เพจวิทย์เตือนอย่าหลงเชื่อ “ไบโอบูสเตอร์” อวดอ้างสรรพคุณดีเว่อร์รักษาโรคครอบจักรวาล
ข่าวเด่น
shares31 views
ข่าวเด่น
shares31 views

เพจวิทย์เตือนอย่าหลงเชื่อ “ไบโอบูสเตอร์” อวดอ้างสรรพคุณดีเว่อร์รักษาโรคครอบจักรวาล

Sapparot - May 17, 2017

เพจความรู้วิทยาศาสตร์เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อโฆษณาขาย “ไบโอบูสเตอร์” อ้างรักษาได้สารพัดโรคแค่แปะบริเวณปวด-ดื่มน้ำเขย่า หลังพบออกบูธชวนเชื่อ มีคนลองรักษาฟรีอื้อ มาดูคำชี้แจงเรื่องนี้กัน วันที่ 16 พฤษภาคม 2560 เฟซบุ๊กแฟนเพจ WiTcast ที่ให้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ได้โพสต์เตือนเรื่อง “ไบโอบูสเตอร์” หลังมีผู้สื่อข่าวของเพจพบเรื่องราวที่ดูไม่เป็นวิทยาศาสตร์และส่งข้อมูลเข้ามาว่า พบว่ามีการตั้งบูธขายไบโอบูสเตอร์ที่ห้างแห่งหนึ่ง โดยโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณรักษาโรคมากมายจนดูเกินจริง ตามข้อมูลที่ได้มา ไบโอบูสเตอร์มาในรูปตลับกลม ๆ เพียงนำไปแปะไว้บริเวณที่ปวดหรือมีอาการเจ็บป่วย ก็จะช่วยบรรเทาความเจ็บป่วยให้ดีขึ้นได้ โดยผู้ขายอ้างว่าหลักการคือคลื่นฟาร์อินฟราเรด (far infrared) และประจุลบ ที่ได้จากสารสกัดโสมแดงที่ปลูกในที่ดินเก่าแก่ของต้นตระกูลคิม เข้าไปกระตุ้นถึงเซลล์ให้รักษาจุดที่เจ็บป่วย เปรียบเสมือนกระตุ้นแอนตี้บอดี้ให้ทำงาน และนอกจากรักษาด้วยวิธีการแปะไว้ตามจุดที่มีอาการแล้ว เพียงดื่มน้ำที่ได้จากการนำไบโอบูสเตอร์แปะข้างขวดน้ำแล้วเขย่า 20 ครั้ง น้ำนั้นจะดีต่อสุขภาพช่วยชะล้างอวัยวะภายในร่างกาย ในแผ่นข้อมูลยังมีรายละเอียดอ้างสรรพคุณอีกมากมายดังภาพ ทางเพจเห็นว่าการอวดอ้างสรรพคุณรักษาโรคสารพัดนี้ไม่น่าเชื่อถือในทางวิทยาศาสตร์ จึงได้นำมาประกาศเตือนกัน และสำหรับประเด็นนี้ ยังมีข้อมูลสนับสนุนจาก คุณเดียว แอดมินเพจ โปรดใช้วิจารณญาณในการฟัง ให้คำอธิบายกับสับปะรดเพิ่มเติม (สามารถอ่านคำอธิบายฉบับเต็มได้ในลิงก์ของเพจ) เพื่อประกอบการพิจารณาว่าสรรพคุณรักษาสารพัดโรคของไบโอบูสเตอร์นั้นดูเป็นจริงมากน้อยเพียงไร ใน 3 ประเด็นดังนี้ 1. ความน่าเชื่อถือ ตัวผลิตภัณฑ์ “ไบโอบูสเตอร์” ไม่ปรากฎชัดว่าได้การรับรองจาก อย. แล้วหรือไม่ และถึงมีก็เป็นเพียงเครื่องหมายรับรองว่าผลิตภัณฑ์ปลอดภัยต่อการใช้ ไม่ได้หมายความว่ามีผลในการรักษา […]

ความรักของสี่ขา ตูบห่วงนายตกต้นไม้สุดใจ นอนกอดไว้ไม่ห่างแถมจะตามขึ้นรถพยาบาลด้วย
สัตว์
shares17 views
สัตว์
shares17 views

ความรักของสี่ขา ตูบห่วงนายตกต้นไม้สุดใจ นอนกอดไว้ไม่ห่างแถมจะตามขึ้นรถพยาบาลด้วย

Sapparot - May 16, 2017

โทนี่ ตูบผู้ภักดีและรักเจ้านายยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด นอนกอดเจ้านายไม่ยอมปล่อยหลังพลัดตกจากต้นไม้หมดสติ จนรถพยาบาลมาก็ยังจะขอโดดขึ้นไปด้วย ห่วงจนไม่อยากห่างแม้สักนาที ป๊ะป๋าอย่าเป็นอะไรนะฮับ “จีซัส ฮูเช” หนุ่มชาวอาร์เจนตินา พลัดตกต้นไม้ขณะปีนขึ้นไปตัดกิ่งก้าน ศีรษะกระแทกพื้นและหมดสติไป โชคดีที่มีผู้มาพบเห็นเข้าและเรียกรถพยาบาลได้ทันท่วงที ถึงนี่จะเป็นเหตุการณ์แย่ ๆ แต่ก็ยังมีเรื่องน่าประทับใจ เมื่อตลอดชวงที่นอนรอความช่วยเหลือ “เจ้าโทนี่” ตูบจรจัดที่เขาเก็บมาเลี้ยง ทิ้งตัวลงนอนเอาขากอดเอาตัวเกยเจ้านายไว้ไม่ยอมลุกไปไหน ท่าทางเป็นห่วงมากและคงกลัวจับใจว่าเจ้านายจะไม่อยู่กับมันอีก แม้ตอนฮูเซได้สติขึ้นมา ลูบเนื้อลูบตัวเจ้าโทนี่บอกให้รู้ว่าเขาไม่เป็นอะไร เจ้าตูบก็ผละไปไหน แถมจะโดดขึ้นรถพยาบาลขอตามไปด้วยให้ได้ เคราะห์ดีที่อาการบาดเจ็บของฮูเชไม่ร้ายแรงและสามารถกลับจากโรงพยาบาลได้ทันทีหลังจากนั้น ก็เลยเป็นโชคดีของเจ้าโทนี่ด้วยที่ไม่ต้องทนรอเจ้านายที่บ้านนาน ๆ เชื่อเลยว่าตอนที่รอคอยเจ้านายกลับมาคงเป็นช่วงเวลาที่ทรมานและกระวนกระวายใจที่สุดสำหรับมันแน่ ๆ ก็ทั้งชีวิตทั้งหัวใจของมะหมาไม่ได้อยู่ที่ใครนอกจากเจ้านายของมันนี่ล่ะเนอะ ที่มา: The DoDo ภาพ: เฟซบุ๊ก Def Civil B. Blanca

คูล! “รอยสักฟังได้” จารึกเสียงเพราะ ๆ ไว้บนตัวคุณตลอดไป
ศิลปะ
shares22 views
ศิลปะ
shares22 views

คูล! “รอยสักฟังได้” จารึกเสียงเพราะ ๆ ไว้บนตัวคุณตลอดไป

Sapparot - May 10, 2017

เจ๋งไปเลย “Soundwave Tattoos” รอยสักฟังได้ที่จะบันทึกเสียงที่คุณชอบไว้บนตัวคุณตลอดไป อยากได้รอยสักเพราะ ๆ สักลายขึ้นมาเลย แทตทูอาร์ต บูมขึ้นไม่น้อยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ แต่วันนี้นวัตกรรมการสักก้าวไปอีกสเตต็ปแล้วนะเออ กับ Soundwave Tattoos ที่คิดค้นพัฒนาขึ้นโดยช่างสักกลุ่ม Skin Motion มันจะดีแค่ไหนถ้าสามารถบันทึกเสียงที่คุณชอบและมีความหมายกับชีวิตให้อยู่กับตัวคุณได้ตลอดไป แบบว่าอยากฟังเมื่อไหร่ก็ฟังได้น่ะ หากต้องการรอยสักฟังได้สักลาย เพียงใช้แอพพลิเคชั่น Skin Motion อัพโหลดเสียงที่ต้องการขึ้นไป จากนั้นแอพฯ จะแปลงไฟล์ออกมาเป็นรูปคลื่นเสียง ที่เหลือก็เพียงไปรับการสักจากช่างที่ได้รับการรับรองโดย Skin Motion เท่านี้คุณก็มีรอยสักแนว ๆ ที่ฟังได้จริงโดยการแสกนผ่านแอพฯ ติดตัวไว้ตลอดกาลแล้ว เขาพิสูจน์ให้ดูแล้วว่าสักจริง ฟังได้จริง แต่ถ้าเกิดอยากบันทึกเสียงยาว ๆ หน่อย ก็คงต้องทนเจ็บตอนสักนานหน่อยล่ะงานนี้ 😛 ที่มา: Skinmotion

ไปกัน! BTS จัดคลินิกลอยฟ้า ตรวจสุขภาพฟรีที่สถานีบางนา 25-28 พ.ค.
ข่าวเด่น
shares54 views
ข่าวเด่น
shares54 views

ไปกัน! BTS จัดคลินิกลอยฟ้า ตรวจสุขภาพฟรีที่สถานีบางนา 25-28 พ.ค.

Sapparot - May 08, 2017

BTS ร่วมกับ 14 หน่วยงานสุขภาพ จัดโครงการส่งเสริมสุขภาพ “คลินิกลอยฟ้า ปีที่ 15” เปิดบริการตรวจสุขภาพพร้อมให้คำปรึกษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแบบฟรี ๆ ไม่มีค่าใช้จ่าย ที่สถานีบางนา ระหว่างวันพฤหัสฯ 25-อาทิตย์ 28 พฤษภาคม 2560 เวลา 09.00-16.00 น. งานนี้ทาง BTS ยังได้ยกเว้นค่าผ่านเข้า-ออกในระบบให้ด้วยนะ เอาเป็นว่าใครอยู่ใกล้ ๆ เดินทางไม่ลำบาก ลองหาเวลาไปตรวจสุขภาพกันดูนะจ๊ะ   ที่มา: bts.co.th

เก๋กู้ดไปเลย สระแก้วผุด “หน้ากากแปบสเมียร์” ตรวจมะเร็งปากมดลูก-เต้านม แบบไม่ต้องเขินหมอ
ข่าวเด่น
shares38 views
ข่าวเด่น
shares38 views

เก๋กู้ดไปเลย สระแก้วผุด “หน้ากากแปบสเมียร์” ตรวจมะเร็งปากมดลูก-เต้านม แบบไม่ต้องเขินหมอ

Sapparot - May 07, 2017

คุณสุภาพสตรีหลาย ๆ ท่านคงอดไม่ได้ที่จะเขินอายเมื่อต้องไปเปิดหน้าอกหน้าใจและเผยจุดสงวนให้คุณหมอเห็นเพื่อตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม ทั้ง ๆ ที่ก็ทำเพื่อสุขภาพของตัวเองนั่นแหละ แต่ปัญหานี้กำลังบรรเทาเบาบางลงไป อย่างน้อย ๆ ก็กับบรรดาสาวน้อยสาวใหญ่ทั้งหลายในพื้นที่อบต.สระแก้ว เมื่อเขาผุดโครงการ “The Mask Pap Smear หน้ากากเปบสเมียร์” มีหน้ากากให้คุณสุภาพสตรีสวมไว้ คนไข้ไม่เห็นหน้าหมอ หมอไม่เห็นหน้าคนไข้ จะได้ไม่ต้องเขินอายซึ่งกันและกัน งานนี้ก็ต้องขอชื่นชมหน่วยงานต้นคิด คือกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับหรือพื้นที่อบต.สระแก้ว และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหนองกรด ที่จัดทำโครงการดังกล่าวขึ้นมาเพื่อรณรงค์ให้สุภาพสตรีกลุ่มเป้าหมายในช่วงอายุ 30-70 ปี ให้มีความกล้ามาตรวจคัดกรองแปบสเมียร์มากขึ้น ซึ่งโรคมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม จัดเป็นมะเร็งร้ายลำดับต้น ๆ ที่คร่าชีวิตหญิงไทย ยิ่งเห็นทางหน่วยงานบอกว่าได้ผลตอบรับเป็นอย่างดีแล้ว ก็ดูน่าส่งเสริมให้ขยายโครงการออกไประดับที่ใหญ่ขึ้นจริง ๆ เพื่อสุขภาพของหญิงไทยพ้นภัยมะเร็งสตรี 😀 ที่มา: TipcableTV

หนุ่มหน้าหวานหรือสาวเท่? พบ Androgynous Model ผู้เป็นได้ทั้งนายแบบและนางแบบ
เรื่องน่ารู้
shares38 views
เรื่องน่ารู้
shares38 views

หนุ่มหน้าหวานหรือสาวเท่? พบ Androgynous Model ผู้เป็นได้ทั้งนายแบบและนางแบบ

Sapparot - May 05, 2017

นี่คือ “เรน โดฟ” Androgynous Model ที่จะแต่งอะไรก็ดูเนียนตาไม่ว่าจะอยู่ในชุดเสื้อผ้าผู้ชายหรือหญิง แท้จริงเธอคือสาวผู้คิดว่าตัวเองหน้าตาไม่ดี แต่ดันมีคนมาเข้าใจว่าเธอเป็นผู้ชายซะงั้น เรน ไม่เคยคิดถึงตัวเองในแง่มุมด้านความหลากหลายทางเพศภาวะ (gender) มาก่อน กระทั่งตอนที่เธอได้งานเป็นนักผจญเพลิง แล้วใครต่อใครหลายคนดันเข้าใจว่าเธอเป็นผู้ชายไปเสียอย่างนั้น และเธอก็ไม่ได้คอยชี้แจงให้คนเข้าใจใหม่ เพราะกว่าจะหางานได้ช่างยากเย็น แล้วก็ดันรู้สึกฮึกเหิมขึ้นมากับความกำกวมที่่ว่านี้ ความกำกวมที่ดูเหมือนทั้งผู้หญิงและผู้ชายทำให้เรนได้ผ่านงานแปลก ๆ มาไม่น้อย แต่ล่าสุดเธอหยุดอยู่กับงานแสดง การเป็นโมเดลผู้ทำให้ทุกสายตาต้องจับจ้องเพราะไม่ว่าเธอจะออกมาในชุดเสื้อผ้าบุรุษหรือสตรีต่างก็ดูน่ามองไปหมด และที่สำคัญเธอยังเป็นนักเคลื่อนไหวด้วย “คนเราต่างก็อยากที่จะแตกต่างโดดเด่นไม่เหมือนใคร แต่สิ่งที่ทำให้คุณแตกต่างมากที่สุดก็คือการเป็นตัวของตัวเองยังไงล่ะ เรื่องเพศภาวะอะไรแบบนั้นมันก็แค่สิ่งที่สังคมสร้าฃขึ้นมา ซึ่งคุณก็ไม่เห็นต้องไปอยู่ในกรอบนั้นเลย มีคนที่พร้อมจะรักและยอมรับในสิ่งที่คุณเป็นอยู่มากมาย และฉันก็เป็นหนึ่งในนั้นนะ” ที่มา: boredpanda ภาพ: เฟซบุ๊ก Rain Dove

สาวสวยแชร์อุทาหรณ์คนใส่คอนแทคเลนส์ ทำโลกมืดไป 10 วัน หวิดตาบอด!
สุขภาพ
shares42 views
สุขภาพ
shares42 views

สาวสวยแชร์อุทาหรณ์คนใส่คอนแทคเลนส์ ทำโลกมืดไป 10 วัน หวิดตาบอด!

Sapparot - May 04, 2017

สาวสวยแชร์ประสบการณ์หวิดตาบอดเพราะคอนแทคเลนส์ ใส่เป็นปกติดีมาหลายปี จู่ ๆ ตามัวมองอะไรไม่เห็นจนโลกมืดไปสิบวัน หมอชี้ กระจกตาถลอกอย่างหนักเพราะคอนแทคเลนส์เสียดสี โชคดีไม่ติดเชื้อ ไม่งั้นมีสิทธิ์บอดสูง แนะใส่ไม่เกิน 6 ชม./วัน เป็นที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าคอนแทคเลนส์ทางเลือกสำหรับผู้มีปัญหาสายตาที่ตอบโจทย์ทั้งความสะดวกสบาย ไม่เทอะทะ และยังได้ทั้งเรื่องความสวยงาม แต่หากนำมาใส่โดยขาดความเข้าใจซึ่งวิธีใช้และการดูแลดวงตาอย่างถูกต้อง จากสิ่งที่ช่วยให้มองเห็นชัด อาจทำให้ตาบอดได้ ดังที่สาวสวยคนหนึ่งได้แชร์ประสบการณ์หวิดตาบอดจากคอนแทคเลนส์ของเธอให้ได้ฟัง เรื่องจริงล้วน ๆ กับ “10 วัน ในห้องสี่เหลี่ยมกับดวงตาที่มองไม่เห็นอะไรเลย…อุทาหรณ์สอนใจ “คนใส่คอนแทคเลนส์” ต้องอ่าน!” หญิงสาวรายนี้มีปัญหาสายตาเล็กน้อย สั้น 175 แต่มีเอียงร่วมด้วย 150 เธอไม่ได้ใส่แว่น เพราะใส่แล้วปวดขมับจนลามทำให้ปวดไมเกรน จึงได้เลือกซื้อคอนแทคเลนส์แบบสีที่มีค่าสายตามาใส่ โดยใส่มาอย่างเป็นปกติได้ตลอด 3 ปี แต่แล้ววันหนึ่งจู่ ๆ ก็เกิดอาการแสบเคืองตา ซึ่งเป็นอาการที่เคยเกิดขึ้นมาบ้าง คิดว่านอนหลับตื่นมาก็หาย แต่ปรากฎว่ามันไม่เป็นเช่นนั้น “ตอนเช้าตื่นมา 9 โมง ลืมตาขึ้นมาภาพมัวมาก มองอะไรไม่ค่อยเห็น ตาแดงผิดปกติ เลยตัดสินใจไปหาหมอ หมอย้อมสีตาดูและบอกว่า “กระจกตาอักเสบทั่วทั้งกระจกตา” หมอให้ยามาหยอดตา 3 […]

ทารกแรกคลอดกำห่วงอนามัย ประกาศศักดา ไม่มีอะไรหยุดยั้งให้ไม่ป๋มเกิดได้!
Fashion
shares60 views
Fashion
shares60 views

ทารกแรกคลอดกำห่วงอนามัย ประกาศศักดา ไม่มีอะไรหยุดยั้งให้ไม่ป๋มเกิดได้!

Sapparot - May 04, 2017

ตาหนูทารกน้อยแรกคลอดเกิดปุ๊บคว้าเอาห่วงอนามัยกำไว้ อย่างกับประกาศศักดาให้รู้ว่า ไม่มีอะไรจะมาหยุดยั้งไม่ให้ผมเกิดมาบนโลกนี้ได้หรอกนะ ชาวเน็ตชอบใจแชร์ออกไปเพียบ ด้านคุณแม่เผยแม้ท้องไม่ตั้งใจแต่ดีใจมาก ภาพของ เด็กซ์เตอร์ ทารกน้อยเพศชายจากเท็กซัส สหรัฐฯ ที่เพิ่งลืมตาดูโลกโดยวิธีผ่าคลอดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กลายเป็นภาพที่แสนถูกอกถูกใจชวนหลุดขำของชาวเน็ต เมื่อตาหนูคลอดปุ๊บมือก็คลำไปคว้าห่วงคุมกำเนิดที่แพทย์พบและนำออกมาจากท้องของคุณแม่มากำไว้แน่น โดย ลูซี่ เฮลเลียน มารดาของตาหนูเผยว่า เธอมารู้ตัวว่าท้องเด็กซ์เตอร์เมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา และนั่นเป็นการตั้งครรภ์ทั้ง ๆ ที่ใส่ห่วงอนามัยไว้มา 5 เดือนแล้วด้วย แต่อย่างไรก็ตามแม้จะท้องโดยไม่ตั้งใจ แต่ตอนนี้เธอและครอบครัวก็ปลาบปลื้มดีใจสุด ๆ กับสมาชิกคนใหม่ของบ้าน สำหรับ ห่วงอนามัย หรือ ห่วงคุมกำเนิด เป็นอุปกรณ์สำหรับคุมกำเนิดสำหรับผู้หญิงที่แพทย์จะฝังลงในมดลูก ห่วงอนามัยจะปล่อยฮอร์โมนออกมา ทำให้เกิดภาวะที่ทำให้สเปิร์มเดินทางไปผสมกับไข่ลำบากขึ้น และทำให้ผนังโพรงมดลูกอยู่ในภาวะไม่เหมาะสำหรับการฝังตัวของไข่ที่ผสมแล้ว ที่มา: The Sun ภาพ: เฟซบุ๊ก Therapeutic Massage by Lucy

ศัลยแพทย์ประกาศความสำเร็จสร้าง “หนูสองหัว”กรุยทางสู่ผ่าตัดเปลี่ยนศีรษะมนุษย์
วิทยาศาสตร์
shares44 views
วิทยาศาสตร์
shares44 views

ศัลยแพทย์ประกาศความสำเร็จสร้าง “หนูสองหัว”กรุยทางสู่ผ่าตัดเปลี่ยนศีรษะมนุษย์

Sapparot - May 03, 2017

ศัลยแพทย์อิตาลีร่วมกับทีมแพทย์ชาวจีน ผ่าตัดปลูกถ่ายหัวหนูเล็กใส่หนูใหญ่ สร้างหนูสองหัวได้สำเร็จ หัวปลูกถ่ายยังสามารถตอบสนองได้-รอดชีวิตหลังผ่า 36 ชั่วโมง หวังกรุยทางสู่การผ่าตัดเปลี่ยนศีรษะมนุษย์ ผลการทดลองครั้งนี้ได้รับการเผยแพร่ลงในวารสาร CNS Neuroscience and Therapeutics เขียนและทดลองโดยทีมแพทย์ชาวจีน ร่วมกับ เซอร์จิโอ คานาเวโร ศัลยแพทย์ระบือนามชาวอิตาลี ผู้เคยประกาศว่าการผ่าตัดเปลี่ยนศีรษะมนุษย์สามารถเป็นจริงได้ในอนาคตอันใกล้ และเมื่อต้นปี 2016 ก็เพิ่งประกาศความสำเร็จในการทดดลองผ่าตัดเปลี่ยนหัวลิงไป และล่าสุดนี้ก็คือความสำเร็จนการผ่าตัดสร้าง “หนูสองหัว” โดยนำหัวหนูเล็กเชื่อมเข้ากับหนูใหญ่อีกตัวหนึ่ง การผ่าตัดทดลองดัวกล่าว ใช้หนูทั้งหมด 3 ตัว คือ หนูเล็กที่เป็นเจ้าของหัวปลูกถ่าย หนูใหญ่เจ้าของร่างกายที่ได้รับการปลูกถ่าย และหนูใหญ่อีกตัวที่เป็นแหล่งเลือดหล่อเลี้ยงเนื้อเยื่อสมองของหนูเล็ก ก่อนที่จะได้รับการเชื่อมเส้นเลือดเข้ากับหนูใหญ่เจ้าของร่าง ทีมแพทย์ระบุว่า หัวหนูเล็กที่ได้รับการปลูกถ่ายลงไปยังสามารถกะพริบตาและตอบสนองต่อสิ่งเร้าได้อยู่หลังเสร็จสิ้นการผ่าตัด และหนูสองหัวนี้มีชีวิตอยู่เฉลี่ยได้อีก 36 ชั่วโมง สำหรับนายแพทย์คานาเวโรนั้น เคยประกาศในปี 2015 ไว้ว่า การผ่าตัดศีรษะมนุษย์จะสามารถเกิดขึ้นได้จริงภายในปี 2017 อันทำให้เกิดความกังขาขึ้นในวงการแพทย์อย่างกว้างขวาง ว่าการผ่าตัดที่ละเอียดอ่อนและซับซ้อนนี้จะประสบความสำเร็จได้อย่างไรในชั่วระยะเวลาอันสั้น และยังเกิดกระแสโต้กลับอย่างมากในประเด็นจริยธรรมทางการแพทย์   ที่มา: mashable ภาพ: CNS Neuroscience & Therapeutics

ว่าที่คุณแม่ขอบอกต่อ ติดเข็มกลัดที่พุงเท่ากับท้อง สัญลักษณ์นี้ที่คนยุคใหม่ควรรู้จัก
สังคม
shares41 views
สังคม
shares41 views

ว่าที่คุณแม่ขอบอกต่อ ติดเข็มกลัดที่พุงเท่ากับท้อง สัญลักษณ์นี้ที่คนยุคใหม่ควรรู้จัก

Sapparot - Apr 28, 2017

ว่าที่คุณแม่อารมณ์ดีขอพื้นที่บอกกล่าว หากเจอผู้หญิงติดเข็มกลัดที่พุงแสดงว่าเธอท้องอยู่นะ เจอที่ไหนจะได้เข้าใจตรงกัน  รู้นะว่าหลายคนก็พร้อมช่วยเหลืออย่างดี แต่ที่ไม่แสดงออกเพราะไม่รู้ว่ามีคนท้องอยู่ใกล้ ๆ ใช่ไหมล่ะ ชวนฟังเสียงเล็ก ๆ จาก “นิดนก” นักเขียนสาวอารมณ์ดีและเป็นว่าที่คุณแม่ ที่วันนี้ขอมาแชร์เรื่องราวจากประสบการณ์จริงที่เธอเองได้พบตั้งแต่มีลูกสาวตัวน้อยมาฝากฝังตัวไว้ในครรภ์ ชีวิตสาวออฟฟิศย่านสาทรอย่างเธอที่พยายามดูแลตัวเองและเจ้าตัวเล็กอย่างดีที่สุด เลี่ยงได้เป็นเลี่ยงไม่พาตัวเองไปเบียดเสียดบนรถไฟฟ้า อย่างที่รู้ ๆ กันดีว่าการเดินทางด้วยวิธีนี้ในเวลาพีค ๆ นั้นหนาแน่นเบียดเสียดเพียงใด และเธอก็ไม่ได้อยากเป็นภาระให้คนอื่นมาคอยดูแลสักหน่อย แต่หลังจากเจอเหตุการณ์ที่ทำให้ไม่ค่อยสบายใจนักบนบีทีเอสพร้อมกับคุณแม่ท้องอ่อนอีกราย ที่ต่างติดเข็มกลัดไว้ที่พุงเป็นสัญลักษณ์บอกให้รู้ว่าในท้องนี้มีเบบี๋อยู่ แต่น่าเสียดายที่ดูเหมือนจะไม่มีใครสังเกตเห็นหรือเห็นแล้วแต่ไม่เข้าใจความหมาย ก็เลยได้แต่ยิ้มอ่อนให้กันแล้วยืนโหนราวกันไป ทำให้เธออยากจะขอพื้นที่เล็ก ๆ ออกมาสื่อสารอะไรสักหน่อย “ถ้าเกิดไปไหนมาไหน แล้วเจอผู้หญิงใส่ชุดหลวมๆ (หรือบางทีก็อาจจะเป็นชุดฟิต ๆ) แล้วเธอคนนั้นติดเข็มกลัดไว้ที่บริเวณพุง ก็ขอให้เดาได้เลยว่านั่นคือคนท้อง” นะจ๊ะ สิ่งนี้คาดว่าคนส่วนใหญ่อาจยังไม่เคยรู้ เพราะขนาดตัวเธอเองก็เพิ่งมารู้เอาตอนที่กำลังจะได้เป็นคุณแม่นี่แหละ และหากสังเกตทราบกันอย่างนี้แล้ว จะได้ตัดสินใจถูกว่าควรทำตัวอย่างไรดี เพราะเชื่อว่ามีหลาย ๆ คนที่พร้อมช่วยเหลือ แต่ก็ดูไม่ออกจริง ๆ ว่าคุณสุภาพสตรีนั้นกำลังตั้งครรภ์จริงหรือเปล่า กลัวจะต้องเก้อ ๆ เขิน ๆ หากยื่นมือเข้าไปแต่ดันถูกปฏิเสธการช่วยเหลือเสียนี่ นอกจากนี้ในฐานะคุณแม่สาวแกร่ง คุณนิดนกยังบอกว่า ตัวเธอไม่ได้รู้สึกอ่อนแอ ต้องการความช่วยเหลือ หรือได้รับสิทธิพิเศษอะไร […]